[กระทรวงศึกษาธิการ] [สพฐ.] [สพป.มค.2] [โรงเรียนบ้านหนองไฮ][ติดต่อเรา]
๘o พรรษามหาราชินี
  หน้าแรก
  พระราชประวัติ
  พระราชณียกิจ
  วันแม่แห่งชาติ
  ตราสัญลักษณ์
  พระบรมฉายาลักษณ์
  Google
  Sanook
  Thairath
[ลงด้านล่าง]
พระราชกรณียกิจ

ทรงผ้าไทยเสด็จฯไปทั่วหล้า

จากหนังสือวารสารราชบัณฑิตยสถานฉบับเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในโอกาสทรงเจริญพระชนพรรษา 72 พรรษา
12 สิงหาคม 2547 มีบทความของคุณหญิงทรงสุดายอดมณี เล่าถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงผ้าไทยเสด็จฯไปทั่วหล้า ไว้ว่า

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถทรงสนพระราชหฤทัยในผ้าซิ่นที่ชาว
บ้านนุ่งอยู่ครั้งทรงเสด็จไปเยี่ยยมราษฎรจังหวัดนครพนมและทรงจะจัดตั้งให้มีการทอผ้าเป็นอาชีพเสริมให้แก่ชาวบ้านพระองค์
์ท่านเสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรในฉลองพระองค์ด้วยผ้าที่พวกชาวบ้านทอชาวบ้านต่างตกใจ ว่านี่หรือเป็นผ้าที่เขาทอกันเองจึงเป็นกำลังใจ
ในการทอให้แก่ชาวบ้านมากยิ่งขึ้น



จาก สมัยก่อนที่มีความคิดอยู่ว่า ผ้าไหมโดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ ใส่แล้วจะดูแก่ ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยพระองค์ท่านก็โปรดฯให้ตัดฉลองพระองค์
ถวายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ทรงบ้างซึ่งปรากฏว่าก็งดงาม ปัจจุบันนี้ แม้กระทั่งพระเจ้าหลานเธอฯ ก็ทรงเป็นที่ยอมรับกันว่า ไม่ได้เหมือนอย่างที่คิดเอาไว้แล้ว
ก็เลยออกมาแพร่หลายมากมายเหมือนอย่างปัจจุบันนี้พระองค์ท่านทรงสนับสนุนให้เขาทอมากขึ้นเปลี่ยนผืนให้ใหญ่ขึ้นจากนั้นตั้งเป็นมูลนิธิแล้วเอา
ผ้าที่รับซื้อมาจากชาวบ้าน
ออกเผยแพร่ให้คน
รู้จักชักชวนให้ช่วยกันสนับสนุนฝีมือชาวบ้าน เป็นที่นิยมมาก สุภาพบุรุษ สุภาพสตรีทั้งหลายซื้อมาตัดใส่กัน แล้วก็แพร่หลายออกไปเรื่อยๆ
ทรงใช้ช่างไทยในการตัดฉลองพระองค์นอกเสียจากสมัยที่เสด็จฯ ต่างประเทศ อากาศหนาวต้องใช้เสื้อแบบตะวันตกก็จะมีช่างชาวต่างประเทศมา
ช่วยออกแบบบ้างแล้วอีกประการหนึ่งที่พระองค์ท่านทรงใช้ดีไซเนอร์ต่างประเทศบ้างนอกจากที่จะให้เขาออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับประเทศนั้นๆ ที่จะเสด็จฯไปแล้วอีกประการหนึ่งก็คือการที่ทรงให้ดีไซเนอร
์ผู้นั้นได้มีโอกาสมาเลือกผ้าไหม ไทยแล้วก็เอาไปออกแบบตัดเย็บในห้องเสื้อของเขาก็นับว่าเป็นการเผยแพร่ผ้าไทยให้ได้มีโอกาสไปอวดโฉมอยู่ที่นั่น
ให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นการประกวดผ้าไหมจะมีดีไซเนอร์จากต่างประเทศขอเข้ามาชมมากขึ้นทุกปี อย่างเช่น มาดามฮานาเอะ
มอริหลายคนขอมาเพื่อที่จะมาสัมผัสกับผ้าด้วยตนเอง แล้วเขาก็ตื่นเต้นเอาไปตัดเย็บไว้ในห้องเสื้อของเขา พอลูกค้ามาเห็น
ลูกค้าชอบใจก็จะสั่งตัดแล้วก็สั่งผ้าเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

พระราชกรณียกิจด้านสาธารณสุขและสังคมสงเคราะห์

ในพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร
ได้ทรงรับฉันทานุมัติเป็นผู้กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล ในพระนามของพระบรมวงศานุวงศ์มีความตอนหนึ่งว่า

"...ได้ทรงเลือกสรรประสบผู้ที่สมควรแก่การสนองพระยุคลบาทร่วมทุกข์แบ่งเบาพระราชภาระในภายภาคหน้า..."

ในครั้งนั้นใครจะคิดว่าพระราชภาระของพระมหากษัตริย์ผู้เป็นพระประมุขของประเทศในการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น
นอกจากการประกอบพระราชกรณียกิจ ที่เป็นพระราชพิธีรัฐพิธี ศาสนพิธีและพระราชกรณียกิจที่กำหนดชัดเจนในรัฐธรรมนูญแห่ง
ประเทศไทยแล้วจะยังมีพระราชกรณียกิจอื่นที่มากพ้นล้นเหลือประมาณอีกด้วย แต่จากวันนั้นถึงวันนี้คนไทยก็ได้ประจักษ์ว่าพระราชกรณียกิจทั้งหลายทั้งปวงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติมากมายสุด
จะพรรณานั้นทรงปฏิบัติด้วยพระราชหฤทัยห่วงใยประชาชนและประเทศชาต
ิบ้านเมืองได้ทรงพระวิริยอุตสาหะไม่ท้อถอย ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขพัฒนาอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร
ทรงแก้ไขปัญหาวิกฤตของบ้านเมืองทุก ๆ ด้านทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และภัยธรรมชาติ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถก็ได
้ทรงแบ่งเบาพระราชภาระต่าง ๆ มาโดยตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจด้านสาธารณสุข สังคมสงเคราะห์และการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในชนบทให้มีความรู้ มีงานมีรายได้ สามารถดำรงชีวิตอย่างมีสุขอนามัย

 ระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์เต่าทะเล

สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถมีน้ำพระราชหฤทัยห่วงใยที่เต่าทะเล ทรงตระหนักว่าทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของไทยนับวันมีแต่จะ ลดน้อยลง
มีสัตว์หลายชนิดที่ใกล้จะ สูญพันธุ์โดยเฉพาะเต่าทะเล เช่น เต่ามะเฟือง เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า
เต่าตาแดงซึ่งในอดีตเคยมีเป็น จำนวนมาก บัดนี้ลดจำนวนลงอย่าง
รวดเร็วเนื่องจากราษฎรนิยมเก็บไข่เต่าทะเลไปซื้อขายเพื่อประกอบอาหาร แม้กรมประมงจะขอแก้ไขกฎหมายประมง เมื่อ พ.ศ.2493 กำหนดให้ผู้ครอบครองเต่าทะเลมีความ
ผิดตามกฎหมายแต่สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจึงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์เต่าทะเล โดยได้ พระราชทาน เกาะมันในจังหวัดระยอง ซึ่งรัฐบาลในสมัยนั้นถวายให้เป็น
ทรัพย์สินส่วนพระองค์ จัดเป็นศูนย์กลางอนุรักษ์และ เพาะขยายพันธุ์เต่าทะเล พระราชทานชื่อว่าโครงการสมเด็จฯอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เริ่มเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2522
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ผู้แทนจากกรมประมง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เต่าทะเลเพื่อนำไปใช้ในการแพร่ขยายพันธุ์ศูนย์อนุรักษ์และ เพาะขยายพันธุ์เต่าทะเลนี้

ต่อมาเมื่อโครงการสิ้นสุดลงได้ เปลี่ยนชื่อเป็นสถานีอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล สังกัดกรมประมง กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ตั้งอยู่ที่ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
ห่างจากชายฝั่งอ่าวมะขามประมาณ 6 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 137 ไร่ อันมีสภาพภูมิประเทศเป็น ชายฝั่งยาว 1,200 เมตรกว้าง 550 เมตร ประกอบด้วย หาดทรายและ
โขดหินน้อยใหญ่จำนวนมาก เป็นแหล่งที่เต่าทะเลชอบขึ้นมาวางไข่ ทั้งเต่ากระและ เต่าตนุ ขณะเดียวกันก็ได้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์เต่าทะเล โดยห้ามการจับและมีไว้ในครอบครองอีกด้วย

พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถสนพระราชหฤทัยในด้านการศึกษาและทรงยึดมั่นในคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า
"ปัญญาทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์" สติปัญญาเกิดขึ้นได้ด้วยการศึกษาหาความรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการอ่านหนังสือ พระราชกรณียกิจด้านการศึกษานานัปการ



ที่พระราชทานแกพสกนิกรชาวไทยนั้นประกอบด้วยทรงส่งเสริมการศึกษาในระบบโรงเรียน เช่น พระราชทานทุนการศึกษาแกนักเรียนสร้างโรงเรียน พระราชทานพระราชทรัพย์อุดหนุนโรงเรียน พระราชทานอุปกรณ์การเรียนทรงรับโรงเรียนไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงเรียนเป็นต้น ด้านการศึกษานอกโรงเรียน เช่น ทรงสอนหนังสือชาวบ้าน ทรงสร้างศาลาร่วมใจทรงส่งเสริมการอาชีวศึกษา ทรงอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนางานศิลปาชีพ นอกจากนี้ยังทรงส่งเสริมการศึกษาของพระภิกษุสามเณรและทรงรับมูลนิธิแม่ชีไทยไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นต้น

พระราชภารกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่องเล่าของ พลเอกณพล บุณทับรองสมุหราชองครักษ์


พล.อ.ณพล บุญทับข้าราชการบริพารที่รับใช้เบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถที่ได้ รับมอบหมายให้ไปติดตามสถานการณ์ชายแดนภาคใต้
ได้เล่าเรื่องรายเกี่ยวกับ โครงการต่างๆที่สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงดำเนินการ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไว้ดังนี้

โครงการราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โครงการหนึ่ง คือโครงการราษฎรอาสารักษาหมู่บ้านเกิดจากเมื่อปี 2547
สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จฯเยี่ยมราษฎร ราษฎรใน 5 หมู่บ้าน ได้เข้ามาร้องไห้กับพระองค์ท่านแล้วบอกว่าอยู่ไม่ได้ แล้ว เพราะถูกรบกวนหนักจนมีคนในตำบลตันหยงลิมอ ถูกตัดคอคามอเตอร์ไซด์ระหว่างไปกรีดยางตอนเช้ามืดชาวบ้านบอกว่าเหตุการณ์อย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นชาวบ้านถามพระองค์ท่านว่าจะให้พวกฉันอยู่ที่นี่ หรือจะให้ไปจากที่นี่สมเด็จพระบรมราชินีนาถรับสั่งว่าในเมื่อเราอยู่ที่นี่เราทำมาหากินที่นี่มาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย แล้วจะอพยพไปที่ไหนกัน


พระราชกรณียกิจด้านศาสนา


พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นพุทธมามะกะ และเป็นอัครศาสนูปถัมภกประชาชนมีสิทธิและเสรี ในการนับถือศาสนา ตามที่ตนเชื่อและศรัทธา

สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงตระหนักว่าศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์มิให้ประพฤติปฎิบัติในสิ่งที่เป็นความชั่ว และเป็นแนวทางให้มนุษย์เลือกกระทำแต่ความดีจึงทรงตระหนักถึงความสำคัญในการอุปถัมภ์ศาสนา นอกจากจะทรงเป็นพุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางศาสนาโดยสม่ำเสมอแล้ว

[ขึ้นด้านบน]

[กลับหน้าหลัก]

ผู้จัดทำ
เด็กหญิง กัญญาณัฐ เหล่าจันทร์  และ เด็กหญิง สุดารัตน์ นามา
ครูที่ปรึกษา อนันต์ โสภาใฮ
โรงเรียนบ้านหนองไฮ [http://www.nonghai.net] สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคามเขต 2