พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่าตักสิลานคร


สถานที่ท่องเที่ยว

หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านหนองเขื่อนช้าง

Imageเป็นหมู่บ้านหัตถกรรม ตั้งอยู่ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมืองมหาสารคาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตกตาม
ทางหลวงหมายเลข 208 มหาสารคาม – โกสุมพิสัย ระยะทาง 9 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านอีกประมาณ 2 กิโลเมตร หมู่บ้านนี้มีชื่อเสียง
ในการทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย ชาวบ้านแทบทุกครัวเรือนทอผ้าและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไว้จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว
เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ เสื้อ กางเกงขาก๊วย หมอนขิด กระเป๋า ย่าม และอื่น ๆ นับเป็นแหล่งหัตถกรรมที่สำคัญของจังหวัดซึ่งผู้คนในท้องถิ่นและผู้มาเยือน

หมู่บ้านปั้นหม้อ

Imageอยู่ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม ห่างจากตัวจังหวัดไปตามทางหลวงสายมหาสารคาม – ร้อยเอ็ด ประมาณ 4 กิโลเมตร
แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ชาวบ้านมีอาชีพปั้นหม้อดินเผา ซึ่งชาวอีสานใช้ใส่น้ำและเป็นภาชนะในการปรุงอาหาร
คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่อพยพมาจากจังหวัดนครราชสีมา ยึดการปั้นหม้อเป็นอาชีพหลัก การทำนาเป็นอาชีพรอง ดินที่ใช้ปั้นหม้อได้จากหนอง
น้ำใกล้หมู่บ้าน เรียกว่า หนองเบ็น การปั้นหม้อ ยังใช้กรรมวิธีแบบดั้งเดิมด้วยการนำดินมาขึ้นรูปปากหม้อก่อน แล้วใช้ความชำนาญของมือ
และเข่าหมุนวนเพื่อขดปากหม้อให้กลมโดยไม่ใช้แป้นหมุนใช้แบนไม้ตีด้านนอก อีกมือหนึ่งใช้หินดุ (ดินเผารูปโค้งมน) ดุนไว้ภายในหม้อ
ตีผิวให้ได้ความหนาสม่ำเสมอจนจดก้นหม้อ ขัดผิวให้เรียบด้วยน้ำโคลนเหลว ผึ่งลมไว้ 2 – 3 วัน จึงนำไปเผา 

สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช

Imageสถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช อ.นาดูน ตั้งอยู่ที่บริเวณด้านทิศตะวันออกของพระธาตุนาดูนประกอบด้วยพื้นที่ประมาณ 543 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา
หน่วยงานนี้ได้ดำเนินงานเมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยจัดแสดงการถ่ายทอดทางเทคโนโลยีเกี่ยวกับ
ชีวิตคนอีสานอันเป็นการเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม ภายในสถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช
ประกอบด้วยหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินงาน 3 หน่วยคืออุทยานลานไผ่ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ และพิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานนี้อยู่ในความควบคุมดูแลของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

วนอุทยานโกสัมพี

Imageวนอุทยานโกสัมพี กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานตามข้อเสนอของจังหวัดมหาสารคาม
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2519 ลักษณะพื้นที่เป็นป่าบุ่งประมาณ 125 ไร่ ริมฝั่งแม่น้ำชี ในเขตเทศบาลตำบลหัวขวาง
  อำเภอโกสุมพิสัย ห่างจากตัวเมืองมหาสารคาม ประมาณ 28 กิโลเมตร เดิมชาวมหาสารคามเรียกป่าแห่งนี้ว่า
บุ่งลิง หรือ หนองบุ่ง เพราะภูมิประเทศเป็นหนองน้ำและป่าไม้ตามธรรมชาติที่มีบรรยากาศร่มรื่น เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิดและฝูงลิงนับพันตัว โดยเฉพาะ   ลิงแสมสีทอง

พระพุทธรูปยืนมงคล

Imageพระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดีสร้างขึ้นด้วยหินทรายแดง เหมือนพระพุทธรูปมิ่งเมือง
พระพุทธรูปทั้งสององค์นี้สร้างขึ้นในเวลาเดียวกันคือ เมื่ออำเภอกันทรวิชัยฝนแล้ง ผู้ชายสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมือง ผู้หญิงสร้างพระพุทธรูปยืนมงคล เสร็จพร้อมกันแล้วทำการฉลองยางมโหฬาร ปรากฏว่าตั้งแต่ได้สร้างพระพุทธรูปทั้งสองค์แล้วฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล พระพุทธรูปยืนมงคลตั้งอยู่ที่ตำบลคันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

พระพุทธมิ่งเมือง

Imageพระพุทธมิ่งเมืองหรือพระพุทธรูปสุวรรมาลี
อยู่ในเขตตำบลโคกพระ ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 (มหาสารคาม-กาฬสินธุ์) อยู่ห่างตัวเมืองราว 14 กิโลเมตรเป็นพระพุทธรูปสร้างด้วยหินทรายแดงสมัยทวาราวดี มีความศักดิ์สิทธิ์มากชาวมหาสารคามให้ความเคารพนับถือว่าสามารถดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล 

พระธาตุนาดูน

Imageประวัติความเป็นมาของพุทธมณฑลอีสาน พระธาตุนาดูน
      ในปีพุทธศักราช 2522 กรมศิลปากรและราษฎร์ใน ตำบลนาดูนได้ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุจากเนินดินที่เป็นซากโบราณสถาน
ในบริเวณที่นาของราษฎร์ ท้องที่หมู่ที่ 1 ตำบลนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พระบรมสารีริกธาตุมีสัณฐานดังเกล็ดแก้วประดิษฐ์สถานในผอบ 3 ชั้น
ชั้นในเป็นทองคำ ชั้นกลาวงเป็นเงิน ชั้นนอกเป็นสำริด สวดซ้อนกันเรียงตามลำดับ และบรรจุอยู่ในสถูปจำลองอีกชั้นหนึ่ง เป็นสถูปโลหะ ทรงกลมสูง 24.4 เซนติเมตร
ถอดออกเป็น 2 ส่วน ส่วนยอดสูง 12.3 เซนติเมตร ส่วนองค์สถูปสูง 12.1 เซนติเมตร

 

Imageป่าดูนลำพัน  ตั้งอยู่ที่บ้านนาเชือก หมู่ที่ 1 ตำบลนาเชือก  อำเภอนาเชือก  จังหวัดมหาสารคาม 
อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาเชือกไปทางทิศใต้ ประมาณ 3 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 311 ไร่ แตกต่างจากป่าทั่วไป คือ
เป็นป่าน้ำซับ หรือป่าพรุน้ำจืด กล่าวคือ มีน้ำผุดขึ้นมาจากใต้ดินตลอดปี ดูน เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึง การดันของน้ำใต้ดิน ลำพัน คือ พืชตะกูลหญ้า คล้ายต้นกก
บางท้องที่เรียกว่า ธูปฤๅษี ซึ่งมีมากในป่าดูนลำพัน โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำขัง           

ป่าโคกข่าว

Imageเป็นป่าเบ็จพรรณที่มีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม ต้นไม้ที่นี้ส่วนใหญ่เป็นพวกไม้รังตีนเป็ด ยูคา มะเกลือ สัก
ตะแบก ประดู่ เป็นต้นป่าโคกข่าวมีพื้นที่ทั้งหมด 5,387ไร่ เป็นป่าที่ปลูกเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระนางเจ้าพระบรมชินีนาถ ในปี พ.ศ.
2538 ในพื้นที่หลาย ตำบล คือ ตำบลเหล่าดอกไม้ ตำบลหนองกุง และตำบลกุดปลาดุก การปลูก ป่าโคกข่าวได้รับงบเงินสนับสนุนจาก ปตท. และอยู่ในการควบคุมดูแลของป่าไม้ขอนแก่นภายในป่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก

บ้านแพง

Imageอยู่ที่ตำบลแพง อำเภอโกสุมพิสัย ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันตก 38 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 208 มหาสารคาม – ขอนแก่น
เป็นแหล่งทำผลิตภัณฑ์จากกก (ไหล ผือ) ที่มีชื่อเสียงหลายชนิด เช่น เสื่อ กระเป๋า หมวก ชุดรองจาน ฯลฯ มีลวดลายสวยงามประณีต
เช่น ลายฝันเลื่อย ลายกระจับ ลายหมี ลายสร้อยดอกหมาก เป็นต้น ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองมหาสารคามนิยมไปเยี่ยมชมและซื้อเป็นของฝาก
ของที่ระลึกอยู่เสมอในปัจจุบันกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านแพงยังได้มีการพัฒนารูปแบบเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆอีกมากมายจนประสบผลสำ
เร็จด้านการตลาดสามารถส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศสร้างรายได้เข้าท้องถิ่นเดือนละนับแสนบาทและล่าสุดผลิตภัณฑ์ของ
กลุ่มยังได้รับการรับรองว่าเป็นสินค้าคุณภาพระดับ5 ดาว จากทางจังหวัดมหาสารคามตามโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ นางอุดม
พิณหอม ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านแพงเล่าความเป็นมาว่าในหมู่บ้านแพง ชาวบ้านปลูกต้นกกไว้ประมาณ 200 ไร่เพื่อเป็นวัสดุในการทอเสื่อไว้ใช้สอยในครัวเรือน ถือเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นที่ทำสืบทอดต่อ ๆ กันมา 

แก่งเลิงจาน

Imageสวนสุขภาพแก่งเลิงจานที่กว้าง โล่ง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนและการออกกำลังกาย
ในปีงบประมาณ 2549 มีการจัดงบประมาณเพื่อพัฒนาอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม  มีการปรับปรุงรอบ ๆ เขื่อนคันดินให้กว้าง ปลูกต้นไม้ และจัดเป็นสวนสุขภาพตลอดคันความยาวของคันดิน  สร้างพิพิธภัณฑ์ ศาลากลางน้ำ และอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ที่ผ่านไปมาและนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมและทัศนศึกษา
เนื่องจากขณะนี้  อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานกำลังได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่  อาจยังไม่น่าสนใจนัก  แต่ก็มีสวนสุขภาพที่ยังให้ความร่มรื่นและน่าออกกำลังกายอยู่  หากท่านมีเวลาก็น่าไปพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาธรรมชาติแถบนี้

กู่สันตรัตน์

Imageกู่สันตรัตน์ เป็นโบราณสถานสร้างด้วยศิลาแลง พบอยู่บริเวณนอกเมืองโบราณ นครจำปา-ศรี ที่ตำบลกู่สันตรัตน์
อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม แบบแผนผัง และรูปประติมากรรมที่พบ สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 18 ตรงกับรัชสมัยพระเจ้า-ชัยวรมันที่ 7 ของอาณาจักรขอม 

กู่มหาธาตุ

Imageกู่มหาธาตุ   เป็นโบราณสถานที่มีอายุก่อสร้างในประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 ทำด้วยศิลาแลงเป็นรูปกระโจมสี่เหลี่ยม
สูงจากพื้นดินถึงยอด 4 วา กว้าง 2 วา 2 ศอก ภายในปราสาทมีเทวรูปทำด้วยดินเผา 2 องค์ นั่งขัดสมาธิ ประนมมือ
ถือสังข์ มีกำแพงทำด้วยศิลาแลงล้อมรอบ โคปุระอยู่แนวด้านทิศตะวันออกเป็นทางเข้าออกภายในกำแพงด้านเดียว
บรรณาลัยอยู่ภายในกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีทางเข้าในปรางค์ประธานเพียงด้านเดียว คือ ทิศตะวันออก ส่วนอีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก กรอบประตูและทับหลังเป็นหินทราย กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งเรียบร้อยแล้ว


ประวัติของจังหวัดมาหาสารคาม
ที่ตั้งและอาณาเขต
ภูมิประเทศและภูมิอากาศ
การเดินทาง
สถานที่ท่องเที่ยว
ประเพณีประจำจังหวัด
ต้นไม้ประจำจังหวัด
ดอกไม้ประจำจังหวัด
ตราของจังหวัดมหาสารคาม
คำขวัญของจังหวัดมหาสารคาม
การแต่งกาย
อาหารขึ้นชื่อ
Google
Sanook
Thairath
facebook
 
ผู้จัดทำ
นาย รุ่งวิวัฒน์ ประนนท์ และ นางสาว ปิยฉัตร หวังสุดใจ
คุณครูที่ผึกสอน นาย อนันต์ โสภาไฮ
โรงเรียนบ้านหนองไฮสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคามเขต 2